Utah ยูทาห์เป็นอีกหนึ่งรัฐที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “รัฐร้อยหุบเขา” เพราะเต็มไปด้วยภูเขาสูงชัน และอุทยานแห่งชาติสุดตระการตาที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ตะลึงจนเผลออุทานโอ้โฮ ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาสีแดงเข้ม โค้งหินแสนอลังการ หรือน้ำตกผาสูง รวมไปถึงบรรยากาศธรรมชาติที่ใคร ๆ ก็อยากกลับมาเที่ยวอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุกตลกเล็ก ๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว ถ้า Utah มีแต่วิวแบบนี้แล้วละก็ คนกรุงอย่างเราต้องร้องว่า “ใช่สิ ก็แกมีภูเขา ฉันมีแค่ตึกสูง ๆ กับรถติด” แค่นึกภาพตามก็ตัวอยากจองตั๋วเครื่องบินไปพรุ่งนี้เลย

รัฐยูทาห์ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐฯ ติดกับรัฐ Colorado, Arizona และ Nevada ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถแพลนทริปเยือนหลายรัฐได้ในทริปเดียว ที่นี่น่าสนใจมากเพราะเต็มไปด้วยแนวภูเขา หุบเขากว้างใหญ่น่าเกรงขาม อุทยานแห่งชาติสุดอลังการอย่าง Zion National Park, Arches National Park และ Bryce Canyon National Park ใครที่ชื่นชอบการปีนเขา ถ่ายรูปดาว หรือเดินเล่นในธรรมชาติ ยูทาห์ คือสวรรค์ดี ๆ นี่เอง แถมยังเป็นรัฐที่มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตที่สงบร่มเย็น ผู้คนเป็นมิตร เที่ยวสบายกระเป๋า นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องกีฬาฤดูหนาวด้วยนะเพราะมีภูมิทัศน์เป็นหิมะหนาแน่นในช่วงหน้าหนาวอีกต่างหาก และในบทความนี้เราจะพาคุณไปสัมผัสกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในยูทาห์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่คุณจะออกไปผจญภัย
เหตุผลที่ควรไปเที่ยวยูทาห์
- ทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์: โค้งหินสีแดง วนอุทยาน หุบเขาสูงชัน และทุ่งทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ให้ภาพถ่ายออกมาอลังการกว่าที่เคย
- กิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย: ปั่นจักรยานเสือภูเขา ขับรถเอทีวี เดินป่า ปีนผา สกี ฯลฯ เรียกได้ว่า “จองตัวเอง 7 วันก็ยังทำไม่ครบ”
- วิถีชีวิตสงบ ผสมผสานกับความน่ารักของคนท้องถิ่น: ถ้าคุณอยากสัมผัสอเมริกาในโทนที่เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาดเท่ารัฐอื่น ๆ ยูทาห์อาจเหมาะกับคุณ
- วัฒนธรรม: รัฐนี้มีรากทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ Mormon และหลากหลายวัฒนธรรมที่หลอมรวม จึงเป็นโอกาสทองสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจชีวิตของคนอเมริกันในอีกมุมหนึ่ง
ยูทาห์เหมาะกับใคร
- คู่รักหรือครอบครัว: ใครอยากมาสวีทท่ามกลางหุบเขาหรือจะมาเที่ยวเชิงครอบครัว ให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ
- สายถ่ายรูป: ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมืออาชีพหรือนักถ่ายภาพสมัครเล่น คุณจะได้หลงรักแสงสีและวิวทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์
- นักเดินป่าสายลุย: เส้นทาง Trekking ที่นี่ขึ้นชื่อว่ามีวิวสวยแรงเป็นอันดับต้น ๆ ของสหรัฐฯ แถมยังมีระดับความยากง่ายให้เลือกตามกำลัง
- สายกีฬาเอ็กซ์ตรีม: ถ้าชอบปีนเขา สกี หรือกระโดดร่ม ทิวทัศน์ของยูทาห์จะปลุกความเร้าใจให้คุณ
วิธีการเดินทางไปยูทาห์

เดินทางโดยเครื่องบิน ต้องบอกไว้ก่อนว่า “ไม่มีสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพสู่ Salt Lake City” ดังนั้นจึงต้องต่อเครื่องที่เมืองใหญ่ ๆ ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น Los Angeles, San Francisco หรือ Seattle แล้วค่อยบินต่อมายัง Salt Lake City ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐยูทาห์
แนะนำสายการบิน
สนามบินสุวรรณภูมิ → สนามบิน Salt Lake City International Airport
- Korean Air
- เส้นทาง: ออกเดินทางจากกรุงเทพ (สนามบินสุวรรณภูมิ) → ต่อเครื่องที่โซล (สนามบินอินชอน) → จากนั้นบินข้ามไปยังเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ (เช่น ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก หรือซีแอตเทิล) แล้วค่อยเปลี่ยนไฟลท์ภายในประเทศสหรัฐฯ ไปลงสนามบิน Salt Lake City
- จุดเด่น: บริการดี อาหารหลากหลาย มีภาษาไทยบนเครื่อง และสนามบินอินชอนเป็นหนึ่งในสนามบินที่สะดวกสบายที่สุด
- เวลาบินรวม: ประมาณ 18-24 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเปลี่ยนเครื่อง)
- Singapore Airlines
- เส้นทาง: ออกเดินทางจากกรุงเทพ (สนามบินสุวรรณภูมิ) → ต่อเครื่องที่สิงคโปร์ (สนามบินชางงี) → บินตรงไปยังเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีเส้นทางเชื่อมต่อกับ Salt Lake City แล้วจึงต่อไฟลท์ภายในประเทศหรือเที่ยวบินพาร์ตเนอร์ลงที่สนามบิน Salt Lake City
- จุดเด่น: บริการระดับพรีเมียม อาหารอร่อย มีพื้นที่นั่งกว้าง สิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินชางงีครบครัน
- เวลาบินรวม: ประมาณ 20-25 ชั่วโมง (ขึ้นกับจุดแวะพักและช่วงเวลาของปี)
- EVA Air
- เส้นทาง: ออกเดินทางจากกรุงเทพ (สนามบินสุวรรณภูมิ) → ต่อเครื่องที่ไต้หวัน (สนามบินเถาหยวน) → จากนั้นบินเข้าสู่สนามบินใหญ่ในสหรัฐฯ แล้วต่อไฟลท์ภายในประเทศสหรัฐฯ ไปยังสนามบิน Salt Lake City
- จุดเด่น: ราคาตั๋วค่อนข้างคุ้ม บริการดีเยี่ยม มีภาษาไทยบนเครื่องบินบางไฟลท์ สนามบินเถาหยวนก็ถือว่าสะดวก มีร้านอาหารและช้อปปิ้งให้พักรอเพลิน ๆ
- เวลาบินรวม: ประมาณ 18-24 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับช่วงเปลี่ยนเครื่อง)
การเดินทางภายในเมือง
- รถเช่า: เป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะจะทำให้คุณขับไปยังอุทยานแห่งชาติหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ราคาต่อวันประมาณ 1,500-2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ)
- รถบัส: มีบริการรถบัสสาธารณะจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง Salt Lake City ค่อนข้างสะดวก ประหยัด
- รถไฟ: สามารถใช้ระบบรถไฟรางเบาร่วมกับรถบัสได้เพื่อเดินทางในตัวเมือง
- Uber / Taxi: ถ้าคุณมีกลุ่มเพื่อนหลายคน การแชร์ Uber หรือ Taxi ก็คุ้มและสะดวกดีเหมือนกัน
สกุลเงินที่ใช้ในประเทศ
ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ (USD) ซึ่ง ณ วันที่ 19 มีนาคม 2025 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 USD ≈ 34 บาท (แนะนำให้เช็คอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่คุณเดินทางเพื่อความเป๊ะ)
บัตรเครดิต / การพกเงินสด
ที่สหรัฐฯ ใช้บัตรเครดิตได้แพร่หลายมาก แทบทุกที่รับบัตร (Visa, MasterCard, American Express) จะพกเงินสดติดตัวนิดหน่อยเผื่อจ่ายค่าทิปหรือซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ แนะนำพกประมาณ 200-300 USD ไว้กับตัวในกรณีฉุกเฉิน
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- พาสปอร์ต (Passport): ต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและใช้ในการออกตั๋วเครื่องบิน
- วีซ่าอเมริกา (ประเภทท่องเที่ยว B1/B2): จำเป็นสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทย เมื่อเดินทางเข้าไปแล้ว โดยทั่วไปจะอนุญาตให้พำนักได้ไม่เกิน 6 เดือนต่อครั้ง (ขึ้นกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง)
- ประกันเดินทาง: แม้ไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ควรมีเพื่อความอุ่นใจ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในสหรัฐฯ สูงมาก
- ควรเตรียมสำเนาเอกสารแยกไว้ในกระเป๋าอีกหนึ่งชุด เผื่อกรณีฉุกเฉิน
เสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็น
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม): ควรพกเสื้อผ้าระบายอากาศดี หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และขวดน้ำพกพา
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): เสื้อกันหนาวหนา ผ้าพันคอ หมวกไหมพรม ถุงมือ รองเท้าบูทกันลื่น
- ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤษภาคม, กันยายน-พฤศจิกายน): ควรแต่งตัวเป็นชั้น ๆ (Layer) เพื่อปรับตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงระหว่างวัน
แอปที่ควรโหลดก่อนเดินทาง
- Google Maps / Apple Maps: เพื่อใช้นำทางโดยเฉพาะถ้าขับรถเอง
- Uber / Lyft: เรียกรถสะดวกได้ทุกเมื่อ
- Airbnb / Booking.com: สำหรับจองที่พัก
- Weather App: เช็คพยากรณ์อากาศรายวัน จะได้จัดกระเป๋าได้ถูก
รวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวในยูทาห์ ที่คุณห้ามพลาด
1. Zion National Park


อุทยานแห่งนี้เป็น สถานที่ท่องเที่ยวในยูทาห์ แห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องของหุบเขาสูงชันและช่องเขา Narrows ที่สวยงามราวกับหลุดไปอีกดาวหนึ่ง ก่อตัวมานานหลายล้านปี การผุกร่อนของน้ำและลมทำให้เกิดหน้าผาสีแดงที่น่าหลงใหล
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 500 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- เดินป่าตามเส้นทาง Narrows ที่ต้องลุยน้ำไปตามลำธารระหว่างหน้าผาสูงชัน
- ขึ้นยอด Angels Landing ที่วิวสวยจนต้องยอมเหนื่อย
- ที่พักแนะนำ: Zion Lodge (ตั้งอยู่ในอุทยานเลย สะดวกสบาย ใกล้ธรรมชาติสุด ๆ)
- การเดินทาง: ขับรถประมาณ 4-5 ชั่วโมงจาก Salt Lake City หรือจะบินมาลงที่สนามบินเล็ก ๆ ใกล้เคียงแล้วต่อรถเช่าก็ได้
- แนะนำ: หลีกเลี่ยงช่วงหน้าร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เพราะคนเยอะมาก และอากาศร้อนจนเตาอบยังอิจฉา ฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงอากาศจะกำลังดี
2. Arches National Park


อุทยานแห่งชาติโค้งหินโคตรตระการตา ที่นี่มีหินโค้งธรรมชาติกว่า 2,000 โค้ง รูปทรงหลากหลายจนคุณต้องแอบสงสัยว่า “ธรรมชาตินี่ศิลปินของจริงเลยนะ”
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 370 กม. จาก Salt Lake City
- พิกัด: Google Map
- ทำไมต้องไป:
- Delicate Arch โค้งหินอันโด่งดังที่เป็นสัญลักษณ์ของยูทาห์
- สถานที่เหมาะแก่การถ่ายรูปยามพระอาทิตย์ตก โค้งหินเปลี่ยนสีสวยสุด ๆ
- ที่พักแนะนำ: Moab Valley RV Resort & Campground (ที่พักหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แคมป์ไปจนถึงกระท่อม)
- การเดินทาง: ขับรถ 3-4 ชั่วโมงจาก Salt Lake City ไปยังเมือง Moab ซึ่งเป็นประตูสู่อุทยาน
- แนะนำ: การมาเที่ยวช่วงฤดูหนาวอาจเย็นจัดแต่ได้เห็นหิมะปกคลุมโค้งหินก็ฟินไปอีกแบบ
3. Bryce Canyon National Park


จุดเด่นของ สถานที่ท่องเที่ยวในยูทาห์ แห่งนี้คือ “Hoodoos” หรือเสาหินที่ตั้งตระหง่านเรียงรายกันเป็นพัน ๆ เสา ดูเหมือนโลกในจินตนาการ แสงเช้าและเย็นจะส่องให้หินเปลี่ยนสีได้อย่างน่าอัศจรรย์
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 430 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- แสงยามเช้าเหนือหิน Hoodoos สวยทึ่งจนอยากหยุดเวลา
- เส้นทางเดิน Rim Trail หรือ Navajo Loop Trail ก็ไม่ควรพลาด
- ที่พักแนะนำ: Best Western Plus Bryce Canyon Grand Hotel (ใกล้อุทยาน ห้องพักสะอาด อาหารเช้าอร่อย)
- การเดินทาง: ขับรถหรือใช้บริการรถทัวร์จาก Salt Lake City ก็ได้
- แนะนำ: พกเสื้อกันหนาวสักหน่อยเพราะอุณหภูมิที่ Bryce Canyon ค่อนข้างต่ำ แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ตาม
4. Salt Lake City


เมืองหลวงของยูทาห์ มีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับชุมชนชาวมอร์มอน มีทะเลสาบ Great Salt Lake ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: 0 กม. (เป็นเมืองหลักอยู่แล้ว)
- ทำไมต้องไป:
- Temple Square สถานที่ท่องเที่ยวและจุดถ่ายรูปสวย ๆ ใจกลางเมือง
- แวะพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ร้านอาหารหลากหลายแนว
- ที่พักแนะนำ: The Grand America Hotel (หรูหราสุด ๆ แต่ก็คุ้มค่ากับประสบการณ์)
- การเดินทาง: บินตรงมาลงที่นี่แล้วเที่ยวในเมืองได้เลย
- แนะนำ: ซื้อบัตร UTA (รถบัสและรถไฟในเมือง) แบบรายวันหรือรายสัปดาห์คุ้มกว่าเดินทางด้วยเงินสด
5. Park City


เมืองสกีรีสอร์ทที่เคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยหิมะช่วงหน้าหนาว มีรีสอร์ทหรูมากมาย
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: 51 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- สกี, สโนว์บอร์ด, สโนว์โมบิลสำหรับสายฮาร์ดคอร์เอ็กซ์ตรีม
- Main Street สายช้อปปิ้ง คาเฟ่ ร้านอาหารเก๋ ๆ
- ที่พักแนะนำ: Marriott’s Summit Watch (ใกล้ลานสกี สะดวกสุด ๆ)
- การเดินทาง: ขับรถหรือใช้บริการรถรับส่งจากสนามบิน Salt Lake City ได้เลย
- แนะนำ: ช่วงฤดูหนาวเป็น High Season ราคาที่พักพุ่งแรงมาก ควรจองล่วงหน้า
6. Monument Valley


พื้นที่ทะเลทรายแบบ Navajo มีหินทรงแปลกประหลาดกลางทะเลทราย เป็นภาพที่คุ้นตาจากหนังคาวบอยยุคเก่า
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 600 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- ชมวิวแบบ Old Wild West สุดคลาสสิก
- เหมาะแก่การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าสีม่วงแดงงดงามขั้นเทพ
- ที่พักแนะนำ: The View Hotel (ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน วิวพระอาทิตย์ขึ้นมุมสูงอย่างสวย)
- การเดินทาง: ควรเช่ารถจาก Salt Lake City ขับลงไปทางใต้ หรือบินลงที่เมืองอื่นแล้วขับไป
- แนะนำ: ควรเช็คสภาพอากาศและเตรียมน้ำดื่มให้พอเพียงเพราะรอบ ๆ เป็นทะเลทรายและอุณหภูมิแปรปรวน
7. Dead Horse Point State Park


จุดชมวิวเหนือแม่น้ำ Colorado ที่โค้งไปรอบ ๆ ผาสูง เป็นวิวพาโนรามาที่เห็นแล้วต้องอ้าปากค้าง
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 370 กม. จาก Salt Lake City (ใกล้กับ Arches และ Canyonlands)
- ทำไมต้องไป:
- เหมาะกับสายตั้งแคมป์ ชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็น
- ลองเดิน Trail สั้น ๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ
- ที่พักแนะนำ: แคมป์ไซต์ในอุทยานเองก็ได้ บรรยากาศสงบสุด ๆ
- การเดินทาง: ขับรถจาก Moab ใช้เวลาราว 40 นาที
- แนะนำ: อย่าลืมกล้องถ่ายรูปหรือโดรน (ถ้าอนุญาต) เพราะวิวจากมุมสูงคือที่สุด
8. Canyonlands National Park


อุทยานแห่งนี้มีลักษณะคล้าย Grand Canyon แต่ดูเงียบสงบกว่า มีหุบเหวลึก แม่น้ำ Colorado กับ Green River ไหลผ่าน แบ่งอุทยานออกเป็น 4 เขตใหญ่
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 370 กม. จาก Salt Lake City (ใกล้กับ Arches)
- ทำไมต้องไป:
- เส้นทางขับรถชมวิว Island in the Sky
- ถ่ายดาวตอนกลางคืน สวยขนาดที่เห็นทางช้างเผือกเลยล่ะ
- ที่พักแนะนำ: พักในเมือง Moab หรือตั้งแคมป์ในอุทยาน
- การเดินทาง: ขับรถจากเมือง Moab หรือ Salt Lake City ได้
- แนะนำ: ระวังเรื่องการเติมน้ำมันเพราะปั๊มหายากในบางเส้นทาง
9. Capitol Reef National Park


อุทยานน้องรองที่ยังไม่ค่อยดังเท่า Zion หรือ Arches แต่ก็สวยไม่แพ้กัน มีรอยจีบทางธรณีวิทยา (Waterpocket Fold) ยาวกว่า 160 กม.
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 350 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- ถ้าชอบความสงบ ไม่พลุกพล่าน นี่คือสวรรค์
- มีผลไม้ตามฤดูกาลให้เก็บที่สวน (เช่น แอปเปิ้ล ลูกท้อ) ในบริเวณอุทยาน
- ที่พักแนะนำ: Fruita Campground (แคมป์ใกล้สวนผลไม้และลำธาร)
- การเดินทาง: ขับรถประมาณ 3-4 ชั่วโมงจาก SLC
- แนะนำ: อย่าพลาดชิมพายสด ๆ จากร้านในอุทยาน ฟินมาก
10. Bonneville Salt Flats


ทะเลเกลือกว้างสุดลูกหูลูกตา จุดที่เคยใช้เป็นสนามแข่งรถ land speed records
- พิกัด: แผนที่กูเกิลแมพ
- ระยะทาง: ประมาณ 180 กม. จาก Salt Lake City
- ทำไมต้องไป:
- ถ่ายรูปมุมเงาสะท้อนเหมือนกระจกในช่วงหน้าฝน
- ดูการแข่งขันรถความเร็วสูง (ช่วงฤดูกาล)
- ที่พักแนะนำ: พักในตัวเมือง Wendover หรือเข้า Salt Lake City ก็ไม่ไกลมาก
- การเดินทาง: ขับรถไปทางตะวันตกตาม I-80 ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง
- แนะนำ: ระวังเรื่องการแว่นตาแดดและครีมกันแดด เพราะแสงสะท้อนจากเกลือแรงมาก
บทสรุป
สรุปแล้ว Utah เป็นรัฐที่น่าค้นหาและเต็มไปด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุณไม่อาจหาได้จากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาสูงชัน โค้งหินมหัศจรรย์ หรือทะเลเกลือขาวโพลน บวกกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้านที่ทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ตอบโจทย์นักเดินทางสายธรรมชาติ สายลุย สายถ่ายรูป หรือแม้แต่มือใหม่ที่อยากมาเปิดโลกกว้าง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีหัวใจรักผจญภัย ก็อย่ารอช้า จองตั๋วเครื่องบินแล้วเตรียมตัวมาสัมผัสประสบการณ์จัดเต็มกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในยูทาห์ ที่ได้แนะนำไป รับรองว่ากลับไปพร้อมความทรงจำและรูปสวย ๆ เก็บเต็มเมมโมรี่การ์ดแน่นอน ว่าแล้วก็เปิดแอปจองตั๋วกันเลย

